วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กล่องยา...ผู้สูงอายุ

แรงบันดาลใจของภาพชุดนี้ เริ่มต้นจากประสบการณ์ในการทำงานประจำวันที่พบปัญหาการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยสูงอายุ ทำให้นึกถึงพ่อของตัวเองต้องกินยามากกว่าสิบชนิดต่อวัน ทั้งยาโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ไขมัน เกาท์ ทำให้ลูกสาวที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยาได้จัดยาใช้กล่องยาให้สะดวกต่อการกินยา   เพราะกินยาให้ถูกวิธีเป็นกุญแจสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยในต่างประเทศยืนยันว่ากล่องยาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาให้กับผู้ป่วยได้จริง จึงสนใจทำการศึกษารูปแบบกล่องยาที่ผู้ป่วยสูงอายุใช้ในการจัดยาด้วยตัวเอง เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต
นี่คือส่วนหนึ่งของกล่องยาที่ผู้สูงอายุใช้จัดยาด้วยตัวเอง พบว่ามีรูปแบบที่หลากหลาย แต่ละรูปแบบ มีข้อดี ข้อด้อยที่แตกต่างกัน แต่พบว่ากล่องยาที่ผู้ป่วยใช้ในปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานและมีข้อควรปรับปรุงในหลายประเด็น
กล่องยารูปแบบนี้มีความสะดวกในการพกพาสามารถบรรจุยาที่ใช้ได้ทุกชนิด แต่ไม่ได้จัดยาเป็นมื้อจึงไม่สะดวกต่อการกินยา เพราะผู้ป่วยต้องจดจำวิธีใช้ยาเองและยาบางรายการใส่ยามากกว่าหนึ่งช่องในขณะที่บางช่องก็มียามากกว่าหนึ่งชนิดทำให้อาจเกิดความสับสนในการหยิบกินยา เพราะในช่องบนขวามีการรวมยาก่อนอาหารและยาหลังอาหารอยู่ในช่องเดียวกัน

กล่องยาในรูปแบบนี้ก็ไม่ได้จัดยาเป็นมื้อเช่นกัน แม้ว่าในแต่ละช่องมีหมายเลขที่เลือนลางเขียนไว้ที่ฝากล่อง แต่ก็ไม่ทราบเวลาในการกินยาในแต่ละช่อง ในบางช่องก็มีจำนวนเม็ดยาที่ไม่เท่ากัน


กล่องยารูปแบบนี้พบว่าในบางช่องมียามากกว่าหนึ่งชนิดยาส่วนใหญ่มีการแกะออกจากแผง เนื่องจากแผงยาบางชนิดมีความเหนียว ยากต่อการฉีกแผง แต่ยาบางรายการถูกตัดแยกเม็ดซึ่งทำให้ไม่ทราบวันหมดอายุของยาแผงนั้น และพบว่ามียาบางรายการถูกหักครึ่งไว้ล่วงหน้า น่าจะเป็นยาที่กินครั้งละครึ่งเม็ด ซ่ึงเป็นข้อดีของการจัดเตรียมยาพร้่อมกิน

กล่องยารูปแบบนี้มี 28 ช่องสามารถกินได้ 21 วันเพราะกินยาเพียงวันละสองมื้อ มื้อเช้าเป็นยาเม็ดสีขาว 4 เม็ด ส่วนมื้อเย็นเป็นยาเม็ดสีชมพูครึ่งเม็ด รวมไว้อยู่ในช่องเดียวกัน โดยมีการแบ่งครึ่งไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ส่วนช่องยาที่วางเป็นพื้นที่สำรองยา  แต่กล่องยามีขนาดใหญ่ทำให้ไม่สะดวกต่อการพกพา

 กล่องยารูปแบบนี้มีการจัดยาเป็นมื้อในบางช่อง แต่ในบางช่องก็เป็นยาชนิดเดียวกัน มีการจัดแบ่งครึ่งเม็ดยาเพื่อความสะดวกในการกินยา แต่จำเป็นต้องจัดทุกวัน เพราะกล่องยามีเพียง 4 ช่อง อาจทำให้ไม่สะดวกในการจัดยา

กล่องยาเจ็ดช่องสำหรับยากินได้ 7 วัน แต่พบว่ามียาที่ไม่ใช่ยาของโรงพยาบาลอยุ่ในกล่องยาด้วย แสดงว่าผู้ป่วยมีการใช้ยาอื่นนอกเหนือซ่ึงต้องระวังเรื่องยาซ้ำซ้อนหรือยาตีกันทำให้การออกฤทธิ์ของยาเปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากยาได้

กล่องยารูปแบบนี้มีการแยกยาเป็นมื้อและมีการเขียนหมายเลขแทนสัยลักษณ์ของมื้อยา แต่ญาติไม่ทราบความหมายของหมายเลขนั้นว่ากินก่อนหรือหลังอาหาร มื้อเช้า กลางวันหรือเย็น ผู้ป่วยมีกล่องยาแบบนี้อีกเจ็ดกล่องเพื่อจัดยาสำหรับสัปดาห์

เห็นได้ว่ากล่องยาแต่ละรูปแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการกินยาของผู้สูงอายุ แต่ละคนมีจำนวนรายการยาที่ใช้ มื้อยาที่กินยาไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุต้องจัดยาด้วยตัวเอง บางคนโชคดีมีคนจัดยาให้กิน จึงอยากสะท้อนให้ลูกหลานได้กลับมาดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงอายุโดยเฉพาะเรื่องการจัดยาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยแก่ญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว


วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ยา...ในสังคมผู้สูงอายุ


คำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เริ่มเข้ามากระทบหูบ่อยขึ้น ตามการคาดคะเนแนวโน้มประชากรของประเทศไทย  ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาว แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็หลีกเลี่ยงโรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะต่างๆไปไม่พ้น จึงพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีโรคเรื้อรัง บางคนก็เป็นหลายโรคพร้อมกัน ทำให้ได้รับยาหลายรายการที่จำเป็นต้องกินอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยควบคุมการกำเริบของโรคและป้องกันอาการแทรกซ้อน ดังนั้นการกินยาให้ถูกต้องจึงมีความสำคัญในการช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรังได้อย่างปกติสุข
ด้วยอาชีพเภสัชกรในโรงพยาบาลของรัฐที่ต้องจ่ายยาให้กับผู้ป่วยจำนวนมากต่อวัน เดิมทีเภสัชกรมักจะเป็นคนพูดอยู่ฝ่ายเดียว ในวันที่ลองสลับบทบาทชวนให้ผู้ป่วยเล่าเรื่องการกินยาให้ฟังนั้น ในตอนแรกยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเพราะมักจะเจอแต่คนแก่ที่กินยาผิดๆถูกๆอยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินยาไม่ถูกวิธี การปรับเพิ่มหรือลดยาด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลืมกินยา ซึ่งอาจส่งผลต่อโรคประจำตัวของผู้ป่วย
 แต่เมื่อเริ่มเปิดใจฟังมากขึ้นก็ทำให้ยิ่งเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาการใช้ยาของผู้สูงอายุ  ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังขาร ทั้งสายตาที่ฝ้าฟาง มือไม้ที่อ่อนแรง สมองที่เลอะเลือน ทำให้เกิดคำถามในใจของเภสัชกรผู้จ่ายยาว่า “แล้วผู้ป่วยเหล่านั้นจะสามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้องอย่างไร?” โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวแล้วต้องจัดยากินด้วยตัวเอง 




เมื่อได้เปลี่ยนมุมมองก็เริ่มได้เห็นวิธีการช่วยเหลือตัวเองของคุณลุงป้าน้าอาทั้งหลาย แต่ละคนมีวิธีแก้ปัญหาในรูปแบบของตัวเอง ทั้งการใช้แว่นขยายที่มีไฟฉายส่องอ่านฉลากยา การใช้ปากกาเคมีจดวิธีกินยาให้ตัวใหญ่ ทำให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ไปจนถึงการหักแบ่งครึ่งเม็ดยาด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว บางคนก็มีการใช้กล่องยาเพื่อป้องกันการหลงลืม
รูปชุดนี้เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนหนึ่งที่สะสมได้จากการทำงานประจำวัน ขออนุญาตสื่อสารผ่านภาพสะท้อนให้เห็นวิธีการจัดการปัญหาการใช้ยาในรูปแบบของผู้สูงอายุ เพื่อให้คนในครอบครัวได้เรียนรู้ผ่านรูปภาพเหล่านี้  เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการจัดยากับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเตรียมความพร้อมในการสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างแท้จริงในเวลาอีกไม่นาน

คุณป้าขอร้องให้เภสัชกรเขียนวิธีใช้ยาด้วยปากกาเคมี ทำให้ได้ฉลากยาตัวใหญ่ ที่อ่านได้ชัดเจนแบบนี้

เมื่อได้รับซองยา คุณลุงคนนี้ก็หยิบแว่นขยายมาส่องอ่านวิธีใช้ยา พร้อมเปิดไฟฉายช่วยทำให้มองเห็นตัวอักษรบนซองยาได้เป็นอย่างดี


คุณยายคนนี้กำลังสาธิตการหักครึ่งเม็ดยาด้วยนิ้วมือทั้งสองซึ่งเป็นวิธียอดฮิตที่ใช้ในการแบ่งยาของผู้สูงอายุ

                                                 

ผู้ลุงคนนี้กำลังขยับแว่นตาเพื่อมองขีดเล็กๆบนเข็มฉีดยาเบาหวานเพื่อตวงยาให้ได้ปริมาณที่ถูกต้อง

คุณย่าเป็นหนึ่งในผู้สูงอายุหลายคนที่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาลตามลำพัง ก่อนกลับบ้านไปพร้อมกับยาถุงใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบการจัดยาด้วยตัวเอง